การดูแลน้องหมา

สุนัข จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ ทั้งในด้านการดูแลขน การอาบน้ำ การดูแลสภาพทั่วไปของหู ตา จมูกและเล็บเท้า รวมไปดึงการดูแลสุขภาพของเหงือกและฟันตลอดจนการออกกำลังกาย การได้รับอาหารที่ดี และการได้รับการตรวจเช็คสุขภาพโดยสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอด้วย

การทำความสะอาดใบหน้า
1. ในการทำความสะอาดตา ให้ใช้สำลีสะอาดชุบน้ำบิดให้แห้งเช็ดขอบตา ควรใช้สำลีแผ่นใหม่สำหรับตาแต่ละข้าง และถ้าพบว่าสุนัขมีขี้ตาหรือมีอาการตาอักเสบ ควรนำไปปรึกษาสัตวแพทย
์ 2.ในการทำความสะอาดช่องหู ควรได้รับการดูแลอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยใช้สำลีพันปลายไม้ชุบน้ำอุ่น น้ำยาเช็ดหูสำหรับสุนัขทำความสะอาดซอกหูและช่องหู ควรใช้สำลีใหม่สำหรับหูแต่ละข้าง ถ้าพบอาการอักเสบให้หยุดการเช็ดทันทีแล้วรีบปรึกษาสัตวแพทย์
3.ทำความ สะอาดบริเวณที่พับย่นเพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก กำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายและแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการระคายเคืองและ การติดเชื้อ

การดูแลสุขภาพภายในช่องปาก
สัตวแพทย์สามารถจัดยาสีฟันที่เหมาะสมสำหรับสุนัขให้ได้ และไม่ควรใช้ยาสีฟันสำหรับคนกับสุนัข
1.ควรตรวจสุขภาพฟันและเพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขไม่มีปัญหาเหงือกอักเสบหรือคราบหินปูนเกาะฟันซึ่งเป็นสาเหตุของเหงือกอักเสบ
2.แปรงฟันให้สุนัขอย่างนิ่มนวล ควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม อาจใช้น้ำเกลือเจือจางหรือยาสีฟันสำหรับสุนัข

การตัดเล็บ 
การ ตัดเล็บจะต้องไม่ตัดให้ลึกถึงบริเวณที่เห็นเป็นสีชมพู เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยงมาก เรียกว่า เนลเบด (nail bed) หรือ ควิก (quick) ถ้าไม่แน่ใจควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้ตัดเล็บให้แก่สุนัข
1.จับนิ้วสุนัขให้แยกจากกัน และตรวจดูระหว่างนิ้ว เช็ดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วด้วยสำลีชุบน้ำ
2.ตัดเล็บด้วยความระมัดระวัง ตะไบปลายเล็บให้เรียบร้อย ถ้าสุนัขตัวนั้นมีนิ้วติ่งให้ตัดเล็บที่นิ้วติ่งออกไปด้วย

การดูแลผิวหนังและขน
วัตถุ ประสงค์ในการดูแลผิวหนังและขนสุนัขมี 2 ประการด้วยกัน ประการแรกคือเพื่อให้ขนและผิวหนังรวมทั้งเหงือก ฟัน และเล็บของสุนัขมีสุขภาพดี ส่วนประการที่สองก็คือ เป็นการฝึก หรือย้ำเตือนสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่ง และยอมรับว่าเจ้าของมีอำนาจเหนือกว่า เมื่อ สุนัขยอมให้ดูแลผิวหนังและขนควรให้รางวัลด้วยการสัมผัสหรือลูบคลำตัวสุนัข เท่านั้น แต่บางครั้งอาจให้อาหารเป็นรางวัลก็ได้ กรณีที่สุนัขไม่ยอมให้ดูแลผิวหนังและขน จำเป็นต้องออกคำสั่งบังคับให้สุนัขนั่งลงหรือให้อยู่นิ่งๆ สุนัข พันธุ์ใหญ่บางพันธุ์ เช่น พันธุ์โดเบอร์แมน และเกรตเดน ซึ่งมีขนสั้นและเรียบ อาจมีขนแข็งคล้ายเข็มซึ่งจะแทงทะลุผิวหนังบริเวณที่มีการกดทับของสุนัขขณะ นอนลง เช่น ข้อศอก และข้อขา บริเวณที่บอบบางเหล่านี้ควรใช้แชมพูปรับสภาพเพื่อให้ขนอ่อนนุ่มและป้องกัน การอักเสบของผิวหนัง

การแปรงขนให้สุนัขที่มีขนเรียบ
1. สุนัขขนเรียบ เช่น พันธุ์บ๊อกเซอร์ไม่ต้องการการดูแลขนมากนัก แต่ควรแปรงขนสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ขั้นตอนแรกควรใช้แปรงยางหรือถุงมือแปรงย้อนขน เพื่อขจัดขนที่หมดอายุแล้วรวมทั้งสิ่งสกปรกบนผิวหนัง

2.กำจัดขนและผิวหนังที่ตายออกโดยใช้แปรงขนสัตว์แปรงทุกส่วน ตั้งแต่หัวถึงหาง อาจใช้ครีมปรับสภาพผิวหนังทาเพื่อให้ขนดูเงางาม

3. ขัดขนอย่างรวดเร็วด้วยผ้าชามัวร์เพื่อทำให้ขนดูเงางาม สุนัขที่มีขนเรียบเป็นสุนัขที่ดูแลผิวหนังและขนง่ายที่สุด และสามารถทำให้ดูดีได้ด้วยการดูแลอย่างสม่ำเสมอ

การแปรงขนสุนัขที่มีขนสั้น
1.สุนัขที่มีขนสั้นและหนาควรดูแลเป็นประจำและใช้แปรงพิเศษที่เรียกว่า สลิกเกอร์ เพื่อช่วยไม่ให้ขนติดกัน

2. แปรงขนทั่วตัวด้วยแปรงขนสัตว์เพื่อกำจัดขนที่หมดอายุและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ ขณะที่แปรงขนสุนัข สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การตรวจดูว่ามีเห็บหมัด หรือมีความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่

3.ใช้หวีซี่ละเอียดแปรงขนบริเวณหางและขา ใช้กรรไกรเล็มขนที่ขึ้นไม่เป็นระเบียบออกไป

การแปรงขนสุนัขที่มีขนคล้ายเส้นไหม
เช่น พันธุ์ยอร์กไชร์ เทอร์เรีย
1.ใช้แปรงสลิกเกอร์สางขนที่พันกันออก การสางขนที่เกาะกันเป็นก้อนต้องกระทำอย่างระมัดระวัง และอย่าดึงแรงจนกระทั่งขาด

2.แปรงอีกครั้งด้วยแปรงขนสัตว์เพื่อให้ขนเงางาม การแปรงขนในขั้นนี้ไม่ควรแปรงสะดุด

3.แสกขนตามแนวกลางหลังแล้วหวีขนแต่ละด้านให้เหยียดลง ตัดแต่งด้วยกรรไกรให้เป็นระเบียบ

4.เล็มขนรอบเท้าและหูและตัดเล็บด้วย 5.ขนที่ยาวเหนือตาควรเล็มออก หรือรวบรวมด้วยริบบิ้นหรือโบว์

การแปรงขนสุนัขขนยาว  เช่น พันธุ์คอลลี่
1.ใช้แปรสลิกเกอร์ค่อยๆ สางขนที่พันกันและเป็นปมอย่างนุ่มนวล และควรระมัดระวัง อย่าฝืนดึงขนหรือแปรงอย่างรุนแรงจนทำให้สุนัขเจ็บ

2.แปรงขนซ้ำอีกครั้งด้วยแปรงขนหมุด การแปรงในขั้นนี้ไม่ควรมีขนที่พันกันแล้ว

3.ใช้ด้ามหวีตรงที่มีซี่หวีกว้างหวีอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงขาที่มีขนยาว

4.ตัดขนที่ยาวรอบเท้าโดยเฉพาะระหว่างนิ้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่มักมีสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอมเข้าไปสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง

5.ตัดขนบริเวณข้อขา เพื่อป้องกันการพันกันของขนที่ยาวซึ่งจะเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกและผิวหนังที่ตาย 

อุปกรณ์ในการดูแลขน
เนื่อง จากสุนัขแต่ละพันธุ์มีลักษณะขนที่แตกต่างกัน การเลือกอุปกรณ์ในการดูแลขนจึงแตกต่างกันไป ขึ้นกับลักษณะและสภาพขนของสุนัขพันธุ์นั้นๆ สุนัขที่มีขนสั้นหรือขนเรียบอาจใช้แค่แปรงธรรมดากับ hound glove ในขณะที่สุนัขขนยาวบางตัวจำเป็นต้องอาศัยมีดตัดขนในการเล็มขนที่ยาวออกเป็น ต้น

– แปรงสำหรับแปรงขน
1.Pin Brush เป็นแปรงที่มีลักษณะขนของแปรงเป็นลวดแข็งๆ เหมาะสำหรับสุนัขที่มีขนยาว เช่น พันธุ์ อาฟกันฮาวนด์, ปักกิ่ง, ซาลูกิ

2.Slicker Brush เป็นแปรงที่มีขนาดเบาและมีขนแปรงที่ทำมาจากลวดที่มีปลายแหลม เหมาะที่จะใช้ในการสางขนที่มีลักษณะหยิกเป็นลอน เช่นพันธุ์ พุดเดิ้ล

3.Bristle Brush เป็นแปรงที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับสุนัขที่มีลักษณะขนเป็นเส้นตรงและมีขนมันเงางาม เช่น พันธุ์ ยอร์กไชร์ เทอร์เรีย

4.Hound Glove เป็นแปรงที่มีที่สวมมือคล้ายกับถุงมือ เหมาะสำหรับสุนัขที่มีขนเรียบเช่น พันธุ์เกรตเดน , ชิวาวา และสุนัขใน
ตระกูลฮาวนด์ 

– หวีสำหรับสุนัข
1.Half Fine / Half Coarse Comb เป็นหวีที่มีซี่หวีเป็นโลหะ ด้านหนึ่งจะมีซี่หวีถี่แต่อีกด้านจะมีซี่หวีห่าง เหมาะที่จะใช้กับสุนัขทั่วๆ ไป

2.De-Matting Comb เป็นหวีที่มีซี่ยาวและกว้าง เหมาะที่จะใช้ในการสางขนที่ติดแน่นเป็นก้อน

การ ดูแลผิวหนังและแปรงขนสุนัขอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ผิวหนังและขนอยู่ใน สุขภาพดี แต่ในบางครั้งก็จำเป็นต้องอาบน้ำให้สุนัขถ้ามีกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ การอาบน้ำยังช่วยกำจัดพยาธิภายนอกบางชนิด รวมทั้งปรับสภาพผิวหนังที่แห้งหรือมันเกินไป ซึ่งสัตวแพทย์สามารถแนะนำแชมพูยาและครีมปรับสภาพขนที่เหมาะสมกับสุนัข การใช้แชมพูและครีมปรับสภาพขนให้ได้ผลดีจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท ผู้ผลิต
แชมพูที่ล้างออกไม่หมดจะระคายเคืองต่อผิวหนัง และทำให้คันซึ่งสุนัขอาจเกาจนเป็นแผล ระหว่างการอาบน้ำอาจใส่ปลอกคอเพื่อใช้จับสุนัขและป้องกันสุนัขกระโดดออกจาก อ่างน้ำการวางผ้ายางไว้ในอ่างน้ำจะช่วยไม่ให้สุนัขลื่น

วิธีการอาบน้ำ
1. หลังจากแปรงขนให้สุนัขแล้วให้ใช้ก้อนสำลีอุดหูสุนัขไว้ แล้วจับสุนัขยืนในอ่างน้ำ โดยใช้ผ้ายางรองพื้นอ่าง ใช้มือจับปลอกคอสุนัขแล้วใช้น้ำอุ่นค่อยๆ ราดลงบนตัวสุนัข

2.ใช้ แชมพูสำหรับสุนัขหรือแชมพูที่ไม่ระคายเคืองตาฟอกให้ทั่วตัว ยกเว้นบริเวณหัว จับสุนัขให้มั่นคงเพื่อป้องกันสุนัขลื่นหรือกระโดดออกจาอ่างน้ำ ถูนวดย้อนขนจนแชมพูเป็นฟอง ระวังอย่าให้แชมพูกระเด็นเข้าตาสุนัข

3.บริเวณหัวให้ใช้แชมพูที่ไม่ระคายเคืองตาเทลงมือ แล้วนวดขนสุนัขอย่างนุ่มนวล ระวังอย่าให้น้ำและฟองแชมพูกระเด็นเข้าปากของสุนัข

4.ล้างแชมพูบริเวณหัวออกและเช็ดให้แห้งก่อน จากนั้นจึงล้างแชมพูบริเวณลำตัว วิธีจะช่วยป้องกันสุนัขสะบัดน้ำกระจายไปทั่ว

5.ล้างแชมพูออกให้หมดด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง ถ้าจำเป็นอาจใช้แชมพูปรับสภาพ นวดขนแล้วล้างออกให้หมด

6. บีบไล่น้ำที่ติดค้างตามขนออกให้มากที่สุด แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เช็ดตัวสุนัขให้แห้ง จากนั้นเอาสาลีที่อุดหูออกและเช็ดในรูหูให้แห้ง

7.สุนัขที่มีผิว หนังสมบูรณ์อาจใช้เครื่องเป่าผมเป่าขนให้แห้ง โดยปรับอุณหภูมิปานกลาง และแปรงขนไปในทิศทางออกจากตัว สำหรับสุนัขที่มีอาการคันควรงดเครื่องเป่าผมเพราะว่า ความร้อนจะทำให้คันมากขึ้น
หลังอาบน้ำสุนัขมักจะวิ่งไปทั่วอย่างตื่นเต้น ควรระวังไม่ให้สุนัขไปเกลือกกลิ้งบนพื้นสกปรก และพยายามสร้างกลิ่นตัวให้เหมือนสิ่งแวดล้อมด้วยการไปคลุกกับสิ่งเหล่านี้

ให้ความเห็น »

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.
Entries และ ข้อคิดเห็น feeds.

%d bloggers like this: